Ekkmanz in geeky life!

10 มกราคม 2009

Tokyo sonata: เราจะก้าวผ่านความเจ็บปวดไปด้วยกัน

Filed under: personal — ekkman @ 12:16

หลังจากกลับ กทม. แล้วเจอลูกพี่ลูกน้องชวนไปสยามหลังจากพักจนหายเหนื่อย + เพื่อนนัดเอาไว้โคคาสยาม เลยออกไปสยาม (จริงๆ กะว่าจะแวะเซนทรัลพระรามสามจัดการธุระก่อนแล้วค่อยไปเตร่ที่สยาม) เลยมีเวลาว่างงงงง แอบไปหาหนังดูที่ลิโด้ไปดูคิวเพราะได้ยินคำร่ำลือมาจากพันติ๊บว่า tokyo sonata มันดราม่าดี นอกจากนี้ยังมีภูมิคุ้มกันต่อ “หนังญี่ปุ่น” มาแล้วเลยคิดว่าดูคงไม่หลับหรอกนะกรู (ฮ่าๆๆ) ซื้อตั๋วไปดูรอบ 16.30 (แหงะ มันเหลือรอบเดียวแล้วอะ >.<) หนังเริ่มเร็วมากกกกก เข้าไปไม่ถึงห้านาที (ไม่ได้เข้า late นะ) หนังเริ่มแล้ว

Tokyo Sonata

Tokyo Sonata

เนื่อเรื่องย่อก็เอามาจากเว็บชาวบ้านมาได้ความดังนี้:

เรื่องราวของ “Tokyo Sonata” วน เวียนอยู่ที่ครอบครัวหนึ่งในโตเกียวอันประกอบไปด้วย พ่อผู้เงียบขรึมที่โดนไล่ออกจากงานแต่ไม่กล้าบอกให้คนอื่นทราบ แม่เป็นแม่บ้านที่ไม่เคยใส่ใจความปรารถนาของตัวเอง ลูกชายคนโตเคว้งคว้างจนไปสมัครเป็นทหารไปรบที่อิรัก ส่วนลูกชายคนเล็กก็แอบพ่อแม่ไปเรียนเปียโน เพราะกลัวโดนดุ

ด้วยพล็อตที่ฟังดูง่ายๆ เช่นนี้ แต่ “Tokyo Sonata” กลับ แสดงให้เห็นภาพรวมของสังคมโลกที่นับวันจะ “เข้าอกเข้าใจ” กันยากมากขึ้น พวกเราสื่อสารและห่วงใยกันน้อยลง รวมถึงแสดงความรักกันไม่เป็น

ร่วมพิสูจน์ “Tokyo Sonata” ได้ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป เฉพาะเครือเอเพ็กซ์ สยามสแควร์และโรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ

ต่อไปนี้คือการสปอยแหลกราญ ใครไม่อยากโดนเฉลยเนื้อเรื่องกรุณาข้ามอ่านตอนนี้ไป!

[SPOIL]

ไปดูแล้ว บอกตามตรง ผมยังไม่ค่อยเข้าใจบริบททางสังคมบางอย่างของญี่ปุ่นครับว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกที่บ้านด้วยว่า “ตกงาน” แต่มันคงเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างบีบคั้นคนเป็นหัวหน้าครอบครัวอยู่เหมือนกันที่จะบอกคนอื่นในบ้านว่า “พ่อตกงานนะแม่” แต่ว่าบริบทของลูกที่แอบจิ๊กค่าข้าวกลางาวันหนีไปเรียนเปียโนนี่แอบเข้าใจอยู่เพราะเด็กๆ เคยทำอะไรคล้ายๆ ยังงั้นเหมือนกัน – -”

อย่างไรก็ตามบริบทเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่เป็นจริงสำหรับสังคมไทยด้วย เราบีบคั้นกันเหลือเกินทุกวันนี้ในสังคมเมือง ที่นี่ไม่ค่อยมีที่ว่างให้ผู้แพ้ เราแข่งขันกันมากขึ้น มีเวลาเหลียวกลับมามองตัวเองน้อยลง แม้แต่ในครอบครัวเราก็คุยกันน้อยลง เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ค่อยๆ ดำเนินไปเรื่อยๆ สร้างรอยร้าวลึกในครอบครัว พ่อที่ต้องแบกรับความกดดันในเรื่องการใช้จ่ายในบ้านจนเพิ่มความกดดันนำมาสู่ความเกรี้ยวกราด แม่ผู้ที่ต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวดของทุกคนในบ้านเพื่อพยายามจะประสานทุกคนให้อยู่ร่วมกันในบ้านแต่ก็อ่อนล้าเต็มที ลูกคนโตผู้ห่างเหิน และลูกคนเล็กที่เกิดแรงต่อต้านคุณพ่อเมื่อถูกปฏิเสธการให้เล่นเปียโน

นับวันรอยร้าวก็ยิ่งลึกขึ้น ลึกขึ้น แต่แอบดีใจเล็กๆ ที่สุดท้ายพ่อยอมหักศักดิ์ศรีตัวเองมาทำงานเป็นคนทำความสะอาดในห้าง อย่างน้อยมันคือ “ความรับผิดชอบ” ที่จะให้ได้ แต่ไม่นึกเลยว่าสิ่งนี้เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทุกคนเตลิด อันนี้ก็ “เข้าใจยาก อีกแล้ว ทั้งๆ ที่แม่รู้ว่าพ่อตกงาน แต่ทำไมถึงทั้งพ่อทั้งแม่ถึงได้ตกใจกันนัก แม่ช็อคอึ้งรับทานไปเลย ขณะที่พ่อก็พร่ำแต่บอกว่า “มันไม่ใช่นะๆๆ” อย่างน้อยมีงานทำมันก็น่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอว่ะแอบไม่เก็ต

แต่ชอบตอนจบมาก ทั้งพ่อแม่ลูกเตลิดหลอนกันไปตามๆ กัน สุดท้ายมาขมวดปมที่การก้าวผ่านพ้นคืนอันยาวนาไปสู่อาทิตย์ที่สดใส อันนี้แอบผูกกับคติญ๊๋ปุ่นที่มีความเชื่อว่าเป็นลูกแห่งพระอาทิตย์ สุดท้ายทุกคนหลังจากที่แหลกสลายก็กลับมารวมกันได้ที่ “บ้าน” สุดท้ายบ้านก็กลายเป็น “บ้าน” ของทุกๆ คนเสียที แล้วก็ต่ออีกนิดนึง ตบด้วยจบแบบ อืม กูจบแล้ว อุตส่าห์รอว่า เฮ้ยมึงจบเอางี้เลยเหรอ รอจนหนังมันขึ้น credit จนจบ แล้วก็ จบนั่นแหละ = =a

[/SPOIL]

สรุปคือ ใครนิยมหนังแนวชีวิต มีภูมิคุ้มกันต่อสไตล์เนิบๆ ของ “หนังญ๊่ปุ่น” ก็ขอแนะนำครับ ดูแล้วยังได้ความรู้สึกว่า ไม่ว่าชีวิตจะบัดซบยังไง ขอเพียงเราเข้าใจกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน และพร้อมจะจับมือกัน เราทั้งหมด จะก้าวผ่านความเจ็บปวดเหล่านี้ไปด้วยกัน ไปสู่ฟ้าทองผ่องอำไพ ประชาชีจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน (เพ้อเข้าไปกู)

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: